Thursday, June 18, 2009

แถลงการณ์สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้




แถลงการณ์สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่อง การยุติการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงตั้งแต่ต้น เดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ ผู้ก่อความไม่สงบ ได้มีการลอบวางระเบิด วางเพลิงสถานประกอบการ การลอบยิงครู ลอบวางระเบิดโจมตี ทหาร ตำรวจ ชุดลาดตระเวนเส้นทาง ในจำนวนนั้นมีเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ และเหี้ยมโหด มีผลต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ เกิดเหตุซุ่มโจมตียิงครูตั้งครรภ์ ๘ เดือน โรงเรียนบ้านดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และครูโรงเรียนบ้านริแง อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เสียชีวิต วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ เกิดเหตุคาร์บอม กลางตลาดในเขตเทศบาลตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เสียชีวิต ๒ ราย บาดเจ็บ ๓๑ ราย และบ้านเรือนร้านค้าเสียหายเป็นจำนวนมาก วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๒ เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงคนกรีดยางเสียชีวิตในสวนยางพื้นที่หมู่ที่ ๘ ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ในขณะเดียวกันได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่มัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอร์ปาแย หมู่ที่ ๘ ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ขณะที่ชาวมุสลิมทำพิธีละหมาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน ๑๑ ราย และบาดเจ็บสาหัสจำนวน ๑๒ ราย เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ เกิดเหตุยิงพระภิกษุขณะบิณฑบาตที่บ้านคลองทรายใน หมู่ที่ ๕ ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ทำให้พระภิกษุมรณภาพ และบาดเจ็บสาหัส และเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่รถโดยสารสายยะละ – นิคมกือลอง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ทำให้ชาวไทยพุทธเสียชีวิต ๑ คน บาดเจ็บจำนวน ๑๗ คน ซึ่งการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มุ่งหวังทำลายความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ที่แตกต่างกันทางวัฒนธรรมและศาสนา โดยขยายความรู้สึกอคติ ความหวาดระแวง ความเกลียดชังซึ่งกัน และสร้างอาณาจักรแห่งความหวาดกลัวของประชาชนเพิ่มขึ้น อาทิ สตรี เด็ก ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นเป้าหมายที่เปราะบาง อ่อนแอ ไม่สามารถคุ้มครองตัวเองได้ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้สร้างความสูญเสียต่อผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส
สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการใช้ความรุนแรงด้วยกำลังอาวุธ การลอบสังหาร การลอบวางระเบิดต่อผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะการก่อเหตุในมัสยิด วัด อันเป็นเขตพื้นที่แห่งความสงบ สันติ ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำของฝ่ายใดก็ตามแต่ เราในนามของสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอยืนหยัดเคียงข้างประชาชนของทุกชุมชนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ซึ่งท่ามกลางผู้ใช้ความรุนแรงทุกฝ่าย ไม่ว่าความรุนแรงนั้นจะมาในรูปแบบของการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือการทำร้าย ทำลายชีวิต โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบซึ่งมุ่งหวังใช้ความกลัวลดความรุนแรง หรือใช้ความกลัวในการควบคุมผู้คนมิให้ เป็นอุปสรรคต่อการก่อเหตุเพื่อทำลายอำนาจรัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการละเมิดต่อชีวิตและยังผลความสูญเสียต่อสังคมโดยรวม และเรียกร้องให้กลุ่มที่ใช้ความรุนแรงยุติการใช้ความรุนแรงขอให้ยึดแนวทางการต่อสู้โดยสันติวิธี ไม่ใช้กำลังอาวุธต่อประชาชนหรือผู้ที่ปราศจากอาวุธ และสร้างสันติสภาพด้วยการเจรจาเพื่อนำมาซึ่งข้อเรียกร้องทางการเมืองต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียทุกกรณี และขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายใช้สติ ความอดทน อดกลั้น อย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ใช้ประเด็นศาสนา เชื้อชาติ มาสร้างความรู้สึกร่วมในเรื่องอคติ หมิ่นแคลนทางเชื้อชาติ ศาสนา เพื่อให้เกิดความรุนแรงระหว่างชนต่างศาสนิกดังเกิดขึ้นในหลายประเทศซึ่งสร้างความสูญเสีย โศกนาฏกรรมที่เศร้าใจ และพวกเราไม่อยากให้ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา พวกเราสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการความสงบสุข ร่มเย็นของประชาชนทุกหมู่เหล่าในพื้นที่เหล่านี้ดำรงชีวิตด้วยความปกติสุขภายใต้ความเชื่อ ศรัทธาในสิ่งที่ตนเองนับถือ มีการไปมาหาสู่ พึ่งพาอาศัยกันอย่างฉันท์พี่น้องเหมือนในอดีต และขอเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายการเมือง ฝ่ายพลเรือน และประชาชนในพื้นที่ ให้ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสติ มีความรอบคอบ เป็นธรรมปราศจากอคติและยึดหลักสมานฉันท์ในการแก้ไขปัญหาความรุนแรง ภายใต้ยุทธศาสตร์ใช้การศึกษานำเศรษฐกิจตามการเมือง การทหารสนับสนุนและกำหนดยุทธวิธีในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ผ่านช่องทางสถาบันการศึกษา / องค์กรเอกชน โดยใช้เวทีสันติวิธี ศาสนธรรม และเชื่อมั่นศรัทธาในกลไกอำนาจรัฐ

Wednesday, January 21, 2009

โครงการ "บัณฑิตอาสาสมัครพัฒนาเศรษฐกิจ"


ศอ.บต.รับสมัครบัณฑิตว่างงานใน พื้นที่ จชต. ร่วมโครงการ “บัณฑิตอาสาสมัครพัฒนาเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาการว่างงาน ปี 2552” จำนวน 2,260 คน

นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ในขณะนี้ประเทศกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เกิดปัญหาการว่างงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมา ดังนั้น ศอ.บต.จึงได้จัดทำโครงการจ้างงานบัณฑิต ขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขา ทุกหมู่บ้าน ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล) และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา (จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย) รวม 2,260 คน ระยะเวลาการจ้างตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน 2552 อัตราค่าจ้างเดือนละ 5,000 โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จะเข้าไปช่วยการทำงานของคณะกรรมการหมู่บ้านที่ตนมีภูมิลำเนา เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้าน จากฐานคิด “ประเทศต้องมีรัฐบาล หมู่บ้านต้องมีคณะกรรมการหมู่บ้าน” พร้อมทั้งให้นำนโยบายเสริมสร้างสันติสุขสู่พื้นที่ และรับฟังความเดือดร้อน ความต้องการของประชาชน เพื่อแจ้งต่อหน่วยราชการที่รับผิดชอบให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป
วิธีการคัดเลือก จะให้มีการทดสอบความรู้ขั้นพื้นฐานในด้านความรู้ทั่วไป การเมือง/การปกครอง ความรู้เบื้องต้นทางคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ โดยเน้นผู้ที่มีรายได้น้อย หรือฐานะยากจน เป็นผู้มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ หรือเหตุผลอื่นๆ ที่คณะกรรมการหมู่บ้าน เห็นว่าเหมาะสม
คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัคร จะต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือหากในหมู่บ้านไม่มีผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะกรรมการหมู่บ้านจะพิจารณา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับต่ำปริญญาตรีตามลำดับ ได้แก่ อนุปริญญา(ปวส.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านที่สมัคร ไม่น้อยกว่า 6 เดือน รวมทั้งต้องไม่เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจใดๆ อยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น
หลักฐานการสมัคร สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน/ สำเนาปริญญาบัตร /ใบรับรองของคณะกรรมการหมู่บ้านและหลักฐานอื่นๆ
ยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ ที่ว่าการอำเภอหรือที่ ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีภูมิลำเนา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 26 – 31 มกราคม 2552 นี้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ หรือที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่ เวบไซต์ www.sbpac.go.th , www.sbpacnews.org.th โทร. 0-7327-4102